ไม่มีอุปสรรคใดยิ่งใหญ่ได้..เท่ากับตัวเราเอง

ไม่มีอุปสรรคใดยิ่งใหญ่ได้..เท่ากับตัวเราเอง

มนุษย์เกิดมาพร้อมศักยภาพในการทำลายล้างและสร้างสรรค์ไปพร้อมๆ กัน

มีคนจำนวนมากมายก่อนหน้านี้เข้าใจและใช้มันได้อย่างเหมาะสมตามที่โลกควรจะเป็น
ต่างไม่มีใครรู้ว่าใครเกิดมาเพื่ออะไร อย่างแท้จริง จนกระทั่ง เมื่อเราเริ่มเดินอยู่บนเส้นที่เรารู้สึกได้จริงๆ ว่าใช่  ตลอดเวลา เรามักวุ่นวายสับสน  กับความเป็นอยู่ในปัจจุบันเสมอ

สมดุล เป็นสิ่งที่คงไว้ได้ยาก เช่น เดียวกับคำว่า อยู่กับปัจจุบัน  เพราะเหตุที่ว่าไม่มีใครรู้ว่า ปัจจุบันขณะจริงๆ คือ อะไร  จนกว่ามันจะเกิดขึ้นแล้ว  ไม่มีใครรู้เช่นเดียวกันว่า สมดุลคือ อย่างไร  จนกระทั่งมันได้เกิดขึ้นแล้ว เช่นกัน

แต่ใดที่เกิดขึ้น เราก็มักหลงไปวุ่นวายอยู่กับการประคอง ภาวะเหล่านั้น  จนมันไม่ใช่สิ่งที่ที่ควรจะเป็นเช่นเดิม  เราวนเวียนอยู่อย่างนี้ไม่รู้จบ  จนแล้วจนเล่า กี่ร้อย กี่พันปี กี่หมื่นกี่แสนกัปป์ เพื่อเพียงว่า จะได้พบแสงสว่างจริงๆ สักครั้ง แค่เพียงครั้งที่วาบขึ้นมา ก็ทำให้ตื่นรู้ขึ้นได้สักคราว  ก่อนจะหลงหายไปในวังวนต่อๆ ไป

หากเมื่อใดเรายังคงประคองสิ่งต่างๆ  เพียงเพื่อตอบสนองคำว่า  มั่นคง  ซึ่งในชีวิตมันเป็นเพียงคำที่สบายใจ แต่ไม่มีอยู่จริง ไม่เคยมีจริงเลยสักครั้ง

ตัวอย่าง ในโลกที่แท้จริง  คือ ไม่มีคนรวยจริงๆ  แต่มีคนที่สร้างสภาวะ  ที่เห็นว่าเป็นเช่นนั้นให้เกิดขึ้นเสมอๆ แต่หลังฉากล้วน ไร้ซึ่งความสงบที่จีรัง  ตัวเลขมากมายวิ่งเข้ามาในชีวิตตลอดเวลา วิชาคณิตศาสตร์ที่เราไม่เคยได้ใช้อย่างจริงจัง  เพราะไม่รู้ว่าจะใช้ทำอะไรได้มากกว่าบวก ลบ คูณ หาร ได้วนเวียนมาในหัวตลอดเวลา ยิ่งรวย ยิ่งต้องเข้าใจคณิตศาสตร์ ระบบชีวิตคนทั่วโลก  เราสบายใจด้วยตัวเลขในบัญชีที่สูงขึ้น  มากกว่าที่จะมีเงินจริงๆ ในชีวิต  ทุกวันนี้เราสัมผัสเงินจริงๆ น้อยลง  ระบบตัวเลขต่างๆ ขับเคลื่อนใจเราให้สูบฉีดได้เสมอ และในอนาคตอันใกล้  ถ้าเรายังไขว่คว้าสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของตนเอง  ความทุกข์ที่แทบจะไร้การสิ้นสุดจะเกิดขึ้นกับมวลมนุษยชาติอย่างแน่นอน

ทุกหย่อมหญ้าล้วนขาดแคลนในความรู้สึก แหล่งน้ำที่แม้ความจริงมันไม่ได้เหือดหายไปจากโลก แต่ว่าแม้อยู่ตรงหน้าก็ใช่ว่าจะไขว่คว้ามาใช้ได้  อุปสงค์อุปทานที่ไม่เคยจะพอดีกัน  เงินถูกถ่ายเทไปยังคนเพียงกลุ่มเดียว  อะไรที่ขับเคลื่อนโลก  สังคม  และความรู้สึกของมนุษย์ที่แท้จริง

เรายินดีที่จะอยู่กับภาพลวงตาเสมอ เพียงเพราะว่ามันไม่ต่างจากใครๆ  แล้วใครๆ  นั้น  เชื่อภาพลวงนั้นจากอะไร ทำไมเรามักพร่ำบ่นในหลายๆ เรื่อง  แต่เราก็ยอมให้มันเกิดขึ้นในชีวิตเสมอ

วาทะแห่งแรงบันดาลใจเกิดขึ้นมากมายในยุคนี้  แต่ก็ไม่ได้ทำให้อะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก

เพราะแรงบันดาลใจมันไม่ยิ่งใหญ่เท่าความขี้เกียจในใจเรา  สิ่งที่ขับเคลื่อนเราจริงๆ  มันคือ ใจในใจ เรา กายในกาย เรา จิตในจิต เรา

ภาวะทับซ้อนต่างๆ เกิดขึ้น จนแตกกระแสต่างๆ ออกไปมากมาย  บ้างก็ว่าพฤติกรรม บ้างก็อ้างกรรม อ้างความคิด อ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อ้างพระเจ้าบันดาล  ที่เรากล่าวอ้างขึ้นมาได้ เนื่องจากเราเข้าใจว่าสิ่งนั้นมีอยู่จริง และมันก็จริงเสมอ แต่ความหวาดกลัวล้วนทำให้เราเกิดกระแสต่อต้านการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น น้อยมากที่เราจะกล่าวอ้างตัวเอง

เราไม่รู้ว่าตัวเราเป็นใคร  จึงไม่มีใครอ้างหรือโทษตัวเอง  เราต้องป้ายสีสิ่งที่เราคิดว่ายิ่งใหญ่กว่าเราเสมอ ในโลกใบนี้จึงเกิดวีรบุรุษ วีรสตรี และ เหล่า Hero ขึ้นมากมาย หนังแนวผู้พิทักษ์โลก พิทักษ์จักรวาล พิทักษ์มวลมนุษยชาติ  จึงขายได้เสมอ

ผู้คนต้องการคนแบบนั้น  และบางส่วนต้องการเป็นแบบนั้น  แถมยังกระจายตัวไปทั่วสารทิศ  แต่มันผิดที่ดันเอาความคิดที่มีอีโก้แห่งตัวกูมาตีกันแย่งสาวก  แล้วก็อ้างสันติภาพ ศาสดา กันไป

อะไร คือ สิ่งที่โลกต้องการ หรือ สงครามระดับจักรวาล จะมีอยู่จริง จากสิ่งที่มนุษย์ฝึกฝนเพื่อเข้าใจในจักรวาลนั้นๆ

– Balance is The Key –

#olanhappiness

ทุกสิ่งล้วนอยู่ที่เราสร้าง  แม้จะเห็นว่าเป็นการทำลาย แต่ที่แท้เราก็เป็นคนสร้างสรรค์มันเช่นกัน

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s