พอใจแล้วใช่มั้ย!! ที่ลูกเราหลานเราจะตายผ่อนส่งได้ตั้งแต่ยังไม่เกิด

ในยุคที่เข้าใจได้ว่า..เงิน..สำคัญเสมอ
รู้มั้ยว่าพวกเราอยู่ภายใต้ระบบทุนนิยม..ที่สนับสุนนนายทุนให้ร่ำรวยยิ่งๆ ขึ้นไปโดยมีชนชั้นรากหญ้าเป็นฐานของอาชญากรรมทางอ้อมที่ได้รับผลอย่างชัดเจนในเชิง..สุขภาพ..โดยมีภาพลวงตาที่ดูเหมือนว่า..จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้พวกเค้าเหล่านั้นดีขึ้น ด้วยหลักประกันต่างๆ ในสังคมที่รัฐนั้นจัดขึ้นอย่างฉาบฉวยในสมัยๆ หนึ่งๆ

แต่มันเป็นเรื่องจริง..รึ!!
ทุกวันนี้ทุกอย่างที่เรายัดเข้าปาก..ล้วนแล้วแต่ถูกบิดเบือนจากความเป็นธรรมชาติของมันไปหมดแล้ว เพราะทุกอย่างต้องสวย ต้องดี มีที่ไหนที่ธรรมชาติจะสวยจะดีได้ถูกใจมนุษย์ แม้แต่มนุษย์เองยังต้องมีการศัลยกรรม เพราะความไม่พอใจในธรรมชาติของตน..

แน่นอนอาหาร ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และอื่นๆ อีกมากมายล้วนถูกตัดแต่งลงไปถึงพันธุกรรมเช่นเดียวกัน สวยไม่สวยในส่วนนของภายนอกก็ใช้เคมีแก้ไขกันไปให้เป็นที่พึงพอใจของผู้บริโภค ยิ่งงามเท่าไหร่ยิ่งภัยเยอะเท่านั้น..

มันไม่มีอะไรได้มาโดยไม่เสียอะไรไป ตัวอย่างง่าย ๆ บ้านเรากินข้าวเป็นอาหารหลัก เราได้ข้าวที่สวยงามผลผลิตดีจากเคมีที่เราใช้ เราก็ต้องเสียสุขภาพตั้งแต่เริ่มปลูกกันเลย ไปยันปลายทางคือเอาเข้าปากไปยันผ่านลำไส้ใหญ่ของใครสักคนที่กลืนมันลงไป ยังไม่รวมถึงเสียระบบนิเวศน์ เสียสภาพแวดล้อมโดยธรรมชาติ เสียเงินซ้ำซ้อนโดยใช่เหตุ จาก ดินเสื่อมสภาพเพราะใช้เคมีมากเกินไป ดินพังก็ต้องเอาเคมีอัดเข้าไปเพื่อให้พืชผลโตได้ตามที่ต้องการ ตัวกำจัดศัตรูพืชในธรรมชาติตายจากการใช้สารเคมี ก็ต้องไปซื้อเคมีมาปราบศตรูพืชให้ซ้ำซ้อนขึ้นไปอีก มันเป็นวงจรซ้ำซ้อนที่เราเลี่ยงได้…แต่ทำไมเราไม่ทำ

มีคนตายจากยาฆ่าหญ้า..ไม่รู้กี่รายแล้ว แต่สำหรับประเทศกรุงเทพฯ มันคงดูไกลตัว เพราะประเทศนี้เค้าใช้วิธีตายผ่อนส่งด้วยการหลอกตัวเอง อยู่ในเมืองหลวงและข้าวของอันหรูหรา เสื้อผ้าอาหารที่ดูเหมือนดี..ถามจริง..ข้าวที่กิน ปลูกบนดาดฟ้าที่บ้านเหรอ ถึงปลอดสารพิษน่ะ

ข่าวออกมาเท่าไหร่ก็เงียบหายไป..เพราะใครยังไม่เข้าโรงหมอไปเจอสภาพจริง ตอนที่เป็นโรคอะไรสักอย่างที่เกิดจากสาเหตุง่ายๆ ที่ว่า ก็แค่เปลี่ยนอาหารเป็นปลอดสารพิษ อาการทุกอย่างก็จะดีขึ้น…เลือกแดกสักนิดชีวิตจะดี…เอ้ยยถ้าเจอแบบนี้ ถามจริง มันหาง่ายใช่มั้ยอาหารปลอดสารพิษเนี่ย

มีการตื่นตัวเป็นพักๆ แต่มันก็ไม่ใช่องค์รวมจริงๆ คนปลูกผัก ปลูกผลไม้ ปลูกข้าว ต้นทางการผลิตในบ้านเรายังอยู่ในระบบนายทุนคุ้มรัฐ..ต้นทางอาหารที่จะเข้าปากเรามันก็อยู่ที่นโยบายใหญ่ของรัฐด้วย…ซึ่งถ้าจะถามตอนนี้..คงมีคำตอบที่ว่า ก็ไปปลูกผัก ปลูกข้าวกินเองสิจะได้ปลอดสารพิษ…จริงๆ ทำได้นะถ้ารัฐจัดสรรที่ดินให้ทุกครัวเรือนเหมือนบางประเทศ ที่เค้าปลูกข้าวปลูกผักไว้หน้าบ้านตัวเอง..แต่ก็นั่นแหละ..ที่ดินส่วนใหญ่ก็ไปเป็นของนายทุนอีกเช่นกัน

สปสช. เปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช 2,193 ราย จากผู้ป่วยที่มารักษาด้วยบัตรทองในระยะ 4 ปี ที่ผ่านมา แต่มาพีคสุดคือ ในปีงบประมาณ 62 นี้เลย เข้ารักษาไปแล้ว 3,067 ราย มี ผู้เสียชีวิตจากยาปราบศัตรูพืช 407 ราย พวกนี้เป็นงบเบิกจ่ายที่ถึงแม้จะไม่ถึง 1% ของราคาเรือดำน้ำ แต่มันก็เป็นสิ่งที่เราควรตระหนักได้ว่า เราควรใช้งบในการป้องกันและแก้ไขที่ต้นเหตุ เพื่อลดการสูญเสียที่ไม่จำเป็นเหล่านี้

ผลกระทบจากสารเคมีกลุ่มยาปราบศตรูพืช
ผลกระจากสารเคมีปราบศัตรูพืช ปีงบประมาณ 2562

เข้าใจนะว่า..บ้านเราแทบจะเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการรักษาที่ดีของภูมิภาคนี้
แต่มองลึกๆ ให้ลึกมากๆ หน่อย หุ้นส่วนใหญ่ของ รพ.ใหญ่ๆ หลายแห่ง ก็อยู่ในชนชั้นนายทุนที่เป็นต้นเหตุในการสนับสนุนให้เกิดโรคต่าง ๆ กับประชาชนในทางอ้อมอยู่มิใช่หรือ..ดีย์แท้เงินทองไม่รั่วไหล ตั้งแต่เกิดยันตายคุมได้ทั้งระบบ

ถ้าเราอยากให้ วงจร โง่ จน เจ็บ อยู่กับเราต่อไป เราก็ไม่ต้องทำอะไร

แต่ถ้าเราอยากจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริง..เราต้องเริ่มจากความคิดที่ว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เราเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ จะสิ่งใดๆ ที่จะดีหรือไม่ดีก็ย้อนกลับมาหาตัวเราได้ทั้งนั้น..ถ้าเราคิดได้..เราก็เริ่มแล้วที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมอันเพิกเฉยต่อส่วนรวมลงได้บ้าง สิ่งดีๆ ต้องเริ่มจากตัวเรา อย่ามั่วไปโทษเค้าหรือใคร..

พบเหตุเสี่ยง!! มะเร็งที่มากับเต้านมเทียมชนิดผิวทราย

อย. มีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์เต้านมเทียมซิลิโคนชนิดผิวขรุขระ (BIOCELL®) ชื่อทางการค้า (NATRELLE) ทุกรุ่นของการผลิตแต่ยังไม่ได้ถูกฝังเข้าไปในร่างกาย

เนื่องจากพบความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่สัมพันธ์กับการเสริมเต้านมเทียม (breast implantassociated anaplastic large cell lymphoma: BIAALCL) ซึ่งเป็น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด NonHodgkin’s lymphoma ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เต้านมเทียมฝังในร่างกายที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกัน เป็นลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากมะเร็งต่อมน้ำเหลืองทั่วไปที่พบเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Tcell เท่านั้น ไม่ใช่มะเร็งเต้านมที่เกิดจากเนื้อเยื่อของเต้านม แม้ว่า BIAALCL เป็นมะเร็งที่มีอุบัติการณ์การเกิดต่ำ แต่อาจร้ายแรงจนนำไปสู่การเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ตอบสนองต่อการรักษาได้ดี มีโอกาสหายขาดได้ด้วยการผ่าตัดโดยไม่ต้องใช้ยาเคมีบำบัด

แม้ว่ามะเร็งชนิดนี้จะมีโอกาสในการเกิดได้น้อยมาก แต่การเกิดนั้นอาจเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ ดังนั้น คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้มีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ ดังกล่าว ของแต่ละบริษัทโดยสมัครใจให้ถอนสินค้าออกจากตลาด นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่ผลิตโดย Allergan CostaRica S.R.L ประเทศคอสตาริกา และเจ้าของผลิตภัณฑ์คือ Allergan Plc สหรัฐอเมริกา มีผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืน ของบริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด ดังนี้
1. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่นเอสที – 410 เอ็มเอฟ เลขที่ใบรับแจ้งรายการละเอียด จน. 5/2560
2. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น 120 เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 36/2561
3. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น เอสที-410 เอ็มเอ็ม เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 4/2562

ในส่วนของ บริษัท นีโอฟาร์ม จำกัด ผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืน ได้แก่
1. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น 110 เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 79/2553
2. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น 120 เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 106/2553
3. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น ST410 MF เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 2/2554
4. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น ST410 MM เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 3/2554

สำหรับผู้ที่เสริมหน้าอกด้วยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้นไปแล้ว หรือไม่แน่ใจว่าที่เสริมไปแล้วนั้นใช่ซิลิโคนดังกล่าวข้างต้นหรือไม่ ควรทำอย่างไร

เบื้องต้นหากไม่แน่ใจให้กลับไปถามสถานพยาบาลหรือคลีนิคที่ทำศัลยกรรมหน้าอกให้ว่าใช้ซิลิโคนชนิดใด เพราะซิลิโคนทุกอันจะต้องมีสติกเกอร์ที่บอกรายละเอียดทุกอันและมีความจำเป็นที่ควรจะต้องเก็บไว้เพื่อให้ตรวจสอบที่มาที่ไปของซิลิโคนนั้นได้ ส่วนมากจะอยู่ที่คลีนิคหรือสถานพยาบาลที่ทำ แต่บางกรณีอาจจะให้ผู้เข้ารับการเสริมหน้าอกเก็บไว้เองก็ได้เช่นกัน

ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง BIA-ALCL นั้น มักเกิดหลังจากได้รับการฝังเต้านมเทียมแล้วเฉลี่ย 8 ปี (คือตั้งแต่ 2 – 28 ปี) ดังนั้น ผู้ที่ได้รับการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนควรรับการตรวจและติดตามผล อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ควรติดตามการเปลี่ยนแปลงบริเวณรอบเต้านมเทียมของตนเอง รวมทั้งบริเวณรักแร้จนถึงกระดูกไหปลาร้าอย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติ เช่น เจ็บ บวม เต้านมขยายขึ้นอย่างผิดปกติ ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที

หากทราบว่าการเสริมหน้าอกที่มีอยู่นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ
สิ่งที่ควรทำ คือ ติดตามการเปลี่ยนแปลงบริเวณรอบเต้านมเทียมของตนเองหากพบความผิดปกติตามคำแนะนำข้างต้น หากว่าไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ไม่แนะนำให้เอาเต้านมเทียมออก แต่ถ้าหากมีความกังวลใจมากควรปรึกษาแพทย์ที่เข้ารับการผ่าตัดนั้นว่าควรทำอย่างไร รวมถึงการรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยก็ได้

และถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้จะไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวข้างต้น แต่ก็ควรติดตามการเปลี่ยนแปลงของเต้านมเทียมอย่างสม่ำเสมอเช่นเดียวกัน

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการศัลยกรรมอย่างตื่นรู้นะคะ
-The Master Maturity-

เรื่องเล่า : พญานาค..ในวัยเด็ก..ที่เคยเจอ

 

 

….ราวปีพศ. 2519 ขณะนั้นผมเองได้เรียนอยู่ชั้นประถมปีที่  7 โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร

ทุกๆวันผมก็ออกเดินทางไปโรงเรียนตั้งแต่เช้าตรู่  ผมเดินไปตามฟุตบาทของถนนศรีอยุธยา

ความร่มรื่นบนเส้นทางนี้มันทำให้ผมไม่อยากขึ้นรถเมล์เลย ถ้าถามว่าไกลมั้ย สำหรับเด็กกรุงเทพฯอายุ 12 ปี

ก็จัดว่าไกลอยู่ไม่ใช่เล่น หมอกบางๆบนผิวน้ำในคลองที่ล้อมสนามม้านางเลิ้งทางฝั่งซ้ายมือมันเป็นเสน่ห์ที่อย่างหนึ่ง Read more