พบเหตุเสี่ยง!! มะเร็งที่มากับเต้านมเทียมชนิดผิวทราย

อย. มีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์เต้านมเทียมซิลิโคนชนิดผิวขรุขระ (BIOCELL®) ชื่อทางการค้า (NATRELLE) ทุกรุ่นของการผลิตแต่ยังไม่ได้ถูกฝังเข้าไปในร่างกาย

เนื่องจากพบความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่สัมพันธ์กับการเสริมเต้านมเทียม (breast implantassociated anaplastic large cell lymphoma: BIAALCL) ซึ่งเป็น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด NonHodgkin’s lymphoma ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เต้านมเทียมฝังในร่างกายที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกัน เป็นลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากมะเร็งต่อมน้ำเหลืองทั่วไปที่พบเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Tcell เท่านั้น ไม่ใช่มะเร็งเต้านมที่เกิดจากเนื้อเยื่อของเต้านม แม้ว่า BIAALCL เป็นมะเร็งที่มีอุบัติการณ์การเกิดต่ำ แต่อาจร้ายแรงจนนำไปสู่การเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ตอบสนองต่อการรักษาได้ดี มีโอกาสหายขาดได้ด้วยการผ่าตัดโดยไม่ต้องใช้ยาเคมีบำบัด

แม้ว่ามะเร็งชนิดนี้จะมีโอกาสในการเกิดได้น้อยมาก แต่การเกิดนั้นอาจเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ ดังนั้น คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้มีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ ดังกล่าว ของแต่ละบริษัทโดยสมัครใจให้ถอนสินค้าออกจากตลาด นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่ผลิตโดย Allergan CostaRica S.R.L ประเทศคอสตาริกา และเจ้าของผลิตภัณฑ์คือ Allergan Plc สหรัฐอเมริกา มีผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืน ของบริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด ดังนี้
1. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่นเอสที – 410 เอ็มเอฟ เลขที่ใบรับแจ้งรายการละเอียด จน. 5/2560
2. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น 120 เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 36/2561
3. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น เอสที-410 เอ็มเอ็ม เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 4/2562

ในส่วนของ บริษัท นีโอฟาร์ม จำกัด ผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืน ได้แก่
1. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น 110 เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 79/2553
2. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น 120 เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 106/2553
3. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น ST410 MF เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 2/2554
4. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น ST410 MM เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 3/2554

สำหรับผู้ที่เสริมหน้าอกด้วยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้นไปแล้ว หรือไม่แน่ใจว่าที่เสริมไปแล้วนั้นใช่ซิลิโคนดังกล่าวข้างต้นหรือไม่ ควรทำอย่างไร

เบื้องต้นหากไม่แน่ใจให้กลับไปถามสถานพยาบาลหรือคลีนิคที่ทำศัลยกรรมหน้าอกให้ว่าใช้ซิลิโคนชนิดใด เพราะซิลิโคนทุกอันจะต้องมีสติกเกอร์ที่บอกรายละเอียดทุกอันและมีความจำเป็นที่ควรจะต้องเก็บไว้เพื่อให้ตรวจสอบที่มาที่ไปของซิลิโคนนั้นได้ ส่วนมากจะอยู่ที่คลีนิคหรือสถานพยาบาลที่ทำ แต่บางกรณีอาจจะให้ผู้เข้ารับการเสริมหน้าอกเก็บไว้เองก็ได้เช่นกัน

ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง BIA-ALCL นั้น มักเกิดหลังจากได้รับการฝังเต้านมเทียมแล้วเฉลี่ย 8 ปี (คือตั้งแต่ 2 – 28 ปี) ดังนั้น ผู้ที่ได้รับการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนควรรับการตรวจและติดตามผล อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ควรติดตามการเปลี่ยนแปลงบริเวณรอบเต้านมเทียมของตนเอง รวมทั้งบริเวณรักแร้จนถึงกระดูกไหปลาร้าอย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติ เช่น เจ็บ บวม เต้านมขยายขึ้นอย่างผิดปกติ ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที

หากทราบว่าการเสริมหน้าอกที่มีอยู่นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ
สิ่งที่ควรทำ คือ ติดตามการเปลี่ยนแปลงบริเวณรอบเต้านมเทียมของตนเองหากพบความผิดปกติตามคำแนะนำข้างต้น หากว่าไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ไม่แนะนำให้เอาเต้านมเทียมออก แต่ถ้าหากมีความกังวลใจมากควรปรึกษาแพทย์ที่เข้ารับการผ่าตัดนั้นว่าควรทำอย่างไร รวมถึงการรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยก็ได้

และถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้จะไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวข้างต้น แต่ก็ควรติดตามการเปลี่ยนแปลงของเต้านมเทียมอย่างสม่ำเสมอเช่นเดียวกัน

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการศัลยกรรมอย่างตื่นรู้นะคะ
-The Master Maturity-